เปรียบเทียบโรงเรียนอินเตอร์ไทยกับออสเตรเลีย | แบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว?
- Chut N

- 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
ต้องยอมรับว่าหนึ่งในค่านิยมของครอบครัวชนชั้นกลางยุคใหม่สมัยนี้ต้อง #ส่งลูกเรียนอินเตอร์ ด้วย ซึ่งคำว่าโรงเรียนอินเตอร์ในที่นี้ก็มีหลากหลายรูปแบบ ค่าเทอมก็มีไต่ระดับไปตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านต่อปี ตัวเลขค่าเทอม 7 หลักนี้ทำเอาผู้ปกครองหลายคนตั้งคำถามเหมือนกันว่าหรืออันที่จริงแล้ว #ส่งลูกเรียนนอก ไปเลยดีมั้ย เพราะค่าใช้จ่ายไม่ต่างกัน แต่เรียนเมืองนอกนั้นจะได้บรรยากาศการใช้ภาษาอังกฤษเต็มรูปแบบ กิจกรรมให้ลเอกทำหลากหลาย แถมการันตีมาตรฐานการเรียนระดับสากลที่ปูทางไปสู่มหาวิทยาลัยระดับ Top 100 ได้ไม่ยากด้วย
การส่งลูกเรียนนอกในที่นี้ไม่ใช่ว่าต้องส่งไปไกลขนาดนั่งเครื่องยาวนานเกิน 10 ชั่วโมง หรือต้องให้ลูกไปเรียนโรงเรียนประจำ (boarding school) อย่างเดียวเท่านั้น เพราะประเทศอย่างออสเตรเลียที่มีไฟล์ทบินตรงจากกรุงเทพไปยังหัวเมืองหลักทั้งเมลเบิร์น ซิดนีย์ บริสเบน และเพิร์ธ นั้นขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพระบบการศึกษาชั้นแนวหน้าของโลก หลักสูตรของโรงเรียนรัฐบาลได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมทั้งเป็นที่นิยมของผู้ปกครองหลากหลายเชื้อชาติที่ต้องการให้ลูกได้เรียนในระบบที่เน้นทั้งการเรียนเชิงวิชาการและพัฒนาทักษะชีวิตควบคู่กันไป
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “จะเรียนอินเตอร์ดีมั้ย” แต่อาจเป็น “ควรเลือกเรียนอินเตอร์ในไทย หรือไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลในออสเตรเลียจะคุ้มกว่าในระยะยาว”
Blog วันนี้จะพาไปเปรียบเทียบโรงเรียนอินเตอร์ไทยกับออสเตรเลีย ดูความแตกต่างของทั้งสองทางเลือก ตั้งแต่โครงสร้างหลักสูตร เนื้อหาที่เรียน กิจกรรม เส้นทางเข้ามหาวิทยาลัย ไปจนถึงค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าทางเลือกแบบไหนที่น่าจะเหมาะกับลูกของเรามากกว่ากัน
โครงสร้างหลักสูตร (Curriculum)

International School (Thailand)
หลักสูตรการสอนแตกต่างกันไปแล้วแต่โรงเรียน ไม่ว่าจะแบบ British (A-Level / IGCSE) แบบ American หรือแบบ International Baccalaureate (IB) นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรสองภาษา (bilingual) เปิดสอนในอีกหลายสถาบันอีกด้วย
กำหนดหลักรายวิชาค่อนข้างตายตัว และเน้นการประเมินผลเชิงวิชาการผ่านการทดสอบ
กำหนดวิชาหลัก คือ mathematics, sciences, languages, humanities และ arts
ความหลากหลายวิชาเลือกที่เปิดสอนแล้วแต่ทรัพยากรของโรงเรียนและบริบทของสภาพแวดล้อม เช่น บุคลากรครู คอนเนคชั่นของโรงเรียนกับองค์กร/หน่วยงาน เป็นต้น
Public School (Australia)
หลักสูตรตามที่แต่ละรัฐกำหนด เช่น NSW High School Certificate (NSW HSC) / Victorian Certificate of Education (VCE) / Queensland Certificate of Education (QCE) / Western Australian Certificate of Education (WACE) เป็นต้น
โครงสร้างหลักสูตรมีความยืดหยุ่นกว่า เช่น ช่วงปฐมวัยเรียนแบบเน้นทักษะในการใช้ชีวิต การสื่อสาร การใช้เหตุผล และการใช้ชีวิตในสังคม ตลอดจนการกรับตัวให้ใช้ชีวิตกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน เมื่อชั้นเรียนสูงขึ้นจึงค่อยเสริมด้านวิชาการตามความถนัด-สนใจของเด็ก
ช่วงมัธยม (secondary school) เลือกวิชาตามความสนใจได้ สายการเรียนมีหลากหลาย เช่น STEM / Business / IT / Art & Design / Hospitality / Media & Film เป็นต้น โดยมีอาจารย์คอยให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกวิชาใกล้ชิดว่าควรลงเรียนวิชาไหนเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการเรียนและอาชีพในอนาคต
ระดับมัธยมปลาย, นักเรียนเลือกเรียนได้ระหว่างสายสามัญ (Year 11-12) / สายอาชีพ (Vocational Education) หรือจะเรียนควบคู่กันไปทั้งสองสายก็ได้ โดยสายอาชีพสามารถนำเครดิตโอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน
กิจกรรม (Activities)
International School (Thailand)
กิจกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในรั้วโรงเรียน
กิจกรรมครอบคลุมครบทั้งด้านกีฬา ดนตรี การแสดง และวิชาการ แต่อาจไม่หลากหลายมากนัก
Public School (Australia)

กิจกรมหลากหลายครอบคลุมครบทุกด้าน ทั้งกีฬา ดนตรี วิชาการ STEM กิจกรรมอาสาสมัคร กิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ตลอดไปจนถึงการทำโครงการร่วมกับชุมชน
กิจกรรมกีฬามีการจัดแข่งขันระหว่างโรงเรียน และระดับท้องถิ่น
กิจกรรมชมรมเฉพาะทาง พร้อม facilities เฉพาะด้าน เช่น robotics, media, debate โดยมีการจัด showcase รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมของท้องถิ่นและเมือง เพิ่มโอกาสการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ส่งเสริมให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เช่น หากโรงเรียนตั้งอยู่ในย่านที่มีผู้คนประกอบอาชีพเกษตร เด็ก ๆ ก็จะได้เรียนรู้ตั้งแต่การเพาะปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว คุณภาพดิน รวมไปจนถึงการจัดจำหน่ายและแปรรูป ครบทั้งวงจรของอุตสาหกรรมนั้น ๆ
กิจกรรมถือเป็น “ส่วนหนึ่งของการเรียน” ไม่ใช่แค่กิจกรรมเสริม
โรงเรียนอินเตอร์ในไทยมีกิจกรรมให้เลือกครบ แต่ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมเสริม จบอยู่แค่ระดับงานอดิเรก ยังไม่ค่อยมีระบบต่อยอดไปเป็นเส้นทางการเรียนหรืออาชีพชัดเจน ขณะที่โรงเรียนรัฐบาลออสเตรเลียออกแบบกิจกรรมให้เชื่อมกับหลักสูตร เด็กสามารถใช้กิจกรรมต่อยอดเป็นวิชา เป็นผลงาน และเป็นทางเข้ามหาวิทยาลัยได้จริง
เส้นทางเข้ามหาลัย (University Pathway)
International School (Thailand)
นักเรียนเลือกเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ
นักเรียนที่เลือกสมัครเรียนต่อในไทย มักเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่มีโปรแกรมอนเตอร์เช่นเดียวกัน เช่น จุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล เป็นต้น
มีนักเรียนที่เข้าเรียนต่มหาวิทยาลัยระดับ Top 100 โลกทุกปี แต่มักเป็นเด็กที่มาจากกลุ่ม ‘ท็อป’ ของโรงเรียน
การแข่งขันค่อนข้างสูง หากต้องการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ ต้องพึ่งทั้ง GPA และโปรไฟล์ส่วนตัว (กิจกรรม, portfolio และ essay) รวมทั้งการสัมภาษณ์
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมทั้งชื่อเสียงโรงเรียน ทรัพยากร ความพร้อม และศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน
Public School (Australia)
เมื่อจบ Year 12 แล้วใช้คะแนน ATAR ยื่นเข้าสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียได้โดยตรง
ATAR (Australian Tertiary Admission Rank) คือ ระบบจัดอันดับผลการเรียนของนักเรียน Year 12 ในออสเตรเลีย เมื่อเทียบกับเพื่อนทั้งรุ่น ไม่ใช่คะแนนสอบธรรมดา
หลายโรงเรียนมีสถิตินักเรียนประมาณ 70–90% เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Top ของออสเตรเลีย
มีนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยระดับ Top 100 ของโลก ทุกปี

ค่าใช้จ่ายเรียนต่อ: ไทย vs ออสเตรเลีย
International School (Thailand)
โรงเรียนระดับ Top Tier (เช่น ISB, NIST, Shrewsbury, Harrow) ค่าเทอมประมาณ 8 แสน - 2 ล้านบาท ต่อปีแล้วแต่ระดับชั้น ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าสมัคร ยูนิฟอร์ม กิจกรรมนอกห้องเรียนและหลังเลิกเรียนต่าง ๆ รวมทั้งดนตรี กีฬา ทัศนศึกษา อุปกรณ์ไอที และค่าสอบประเมินผลอื่น ๆ
โรงเรียนระดับกลาง จะมีค่าเทอมประมาณ 5 แสน – 1 ล้านบาท ต่อปีแล้วแต่ระดับชั้น โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นกัน
ตัวเลขเฉลี่ยโดยประมาณของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ มักอยู่ระหว่าง 5 แสน – 1 ล้านบาท ต่อปี ขึ้นอยู่กับโรงเรียนและระดับชั้น
รวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียนของโรงเรียนอินเตอร์ชั้นนำในไทยเฉลี่ยราว 1.3 ล้าน – 3 ล้านบาทต่อปีทีเดียว
โรงเรียนอินเตอร์คุณภาพดีที่ค่าเทอมเข้าถึงได้ง่าย (1-3 แสนบาท) มีการแข่งขันสูงด้วยข้อจำกัดเรื่องจำนวนนักเรียน และจำกัดอยู่ในเฉพาะบางพื้นที่ของเมืองใหญ่เท่านั้น
Public School (Australia)
ค่าเรียนและค่าที่พักแตกต่างกันไปแต่ละรัฐและระดับชั้น
ค่าเทอมประมาณ A$11,000 – A$21,000 ต่อปี คิดเป็นเงินไทย (22 บาท) ประมาณ 2.4 – 4.6 แสนบาท ต่อปี ยังไม่รวมค่าสมัคร ยูนิฟอร์ม กิจกรรม และอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ เฉลี่ยที่ราว 6 หมื่นบาทต่อปี
ค่าที่พักแบบโฮมสเตย์ (ห้องนอนเดี่ยว รวมอาหาร 3 มื้อ) ประมาณ 5 แสนบาทต่อปี
ตัวเลขรวมการส่งลูกหลานเรียนโรงเรียนรัฐบาลในออสเตรเลียรวมทั้งที่พักและอาหารด้วยอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี
อาจมีค่าขนมส่วนตัวเผื่อน้อง ๆ ใช้จ่ายส่วนตัว ตัวเลขแตกต่างกันไปแล้วแต่ครอบครัว
เมื่อดูจากค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดแล้ว การส่งลูกไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลที่ออสเตรเลีย (รวมค่าเรียนและโฮมสเตย์) มีค่าใช้จ่ายใกล้เคียง หรือในหลายกรณีอาจถูกกว่าการเรียนโรงเรียนนานาชาติระดับกลางถึงระดับท็อปในไทยด้วยซ้ำ ความต่างจึงไม่ได้อยู่ที่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่รูปแบบชีวิตและประสบการณ์ที่เด็กจะได้รับ
โรงเรียนอินเตอร์ในไทยมีนักเรียนไทย จีน และครอบครัว expat ค่อนข้างเยอะ เด็กใช้ชีวิตหลัก ๆ อยู่ในรั้วโรงเรียนหรือห้าง ข้อดีคือผู้ปกครองยังดูแลได้ใกล้ชิด ขณะที่ออสเตรเลีย เด็กได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เรียนรู้การพึ่งพาตัวเอง และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างกว่า โดยใช้งบประมาณในระดับใกล้เคียงกันหรืออาจต่ำกว่าด้วยซ้ำ
สุดท้ายแล้ว การเลือกเส้นทางการศึกษาของลูกไม่ใช่แค่เรื่องโรงเรียนไหนดีหรือแพงกว่า แต่คือการเลือก “สภาพแวดล้อม” ที่จะlหล่อหลอมบุคลิก ลักษณธนิสัย ตลอดจนทัศนคติ ความนึกคิดของพวกเค้าในช่วงวัยที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่ง หากเทียบจากงบประมาณที่ใกล้เคียงกันแล้ว, โรงเรียนรัฐบาลในออสเตรเลียให้ทั้งมาตรฐานการศึกษาระดับสากล การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริง และเส้นทางที่เชื่อมต่อไปสู่มหาวิทยาลัยระดับโลกได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ระดับมัธยม นอกจากนี้ยังเป็นเหมือน platform ให้ได้เรียนรู้และสำรวจโลกกว้างเพื่อค้นหาตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย การส่งลูกไปเรียนออสเตรเลียจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่เรียน แต่คือการเปิดโอกาสให้เค้าได้เติบโตในโลกที่กว้างขึ้น พร้อมทักษะและประสบการณ์ติดตัวที่จะพาเค้าไปได้ไกลกว่าในระยะยาวนั่นเอง
คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนเรียนต่อให้ลูกหลาน ไม่ว่าระดับประถมหรือมัธยมก็ตาม ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ สามารถติดต่อมาพูดคุยกับ Hub 101 ได้ทุกวันนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดค่ะ __
Tel: 081 441 8448 Line: hub101study
IG: hub_101_study
Tiktok: hub101study
#hub101study #StudyInAustralia #เรียนต่อออสเตรเลีย #วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย




ความคิดเห็น