EP2: เรียนภาษาอย่างเดียวพอหรือควรต่อ VET เลยตั้งแต่แรก?
- Chut N

- 3 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
จากอีพีที่แล้ว เราได้พูดถึงความแตกต่างระหว่าง ELICOS และ VET ในภาพรวม ทั้งในแง่อายุผู้สมัคร ความหลากหลายของหลักสูตร ระยะเวลาเรียน และประเด็นความเสี่ยงวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ซึ่งน่าจะช่วยให้เข้าใจโครงสร้างของแต่ละหลักสูตรมากขึ้น คำถามต่อมาที่หลายคนเริ่มสงสัยก็คือ "ถ้าเลือกเริ่มจากเรียนภาษาอังกฤษ (ELICOS) แล้ว เราจำเป็นต้องต่อวิชาชีพ (VET) ไปเลยมั้ย” หรือไม่ก็ "สมัครเรียนแค่ ELICOS อย่างเดียวก็พอรึเปล่า"
ในทางปฏิบัติ นักเรียนจำนวนไม่น้อยเลือกสมัครเรียน ELICOS อย่างเดียวเป็นด่านแรก เพราะมีความยืดหยุ่น ไม่ต้องผูกมัดว่าเรียนจบแล้วจะต้องเรียนสาขาวิชาชีพอะไรตั้งแต่ต้น มีเวลาให้ตัดสินใจค้นหาตัวเองได้อีกหน่อย หรือบางคนก็ตั้งใจลงเรียนเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างเดียวแบบแน่วแน่ หรือบางคนอยากมาเปิดโลกหาประสบการณ์ใช้ชีวิตต่างประเทศดูก่อนว่าสามารถปรับตัวได้รึเปล่า ก่อนตัดสินใจสมัครเรียนแบบระยะยาว ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าการเลือกเรียนภาษาอย่างเดียวที่มีปลายเปิดให้ตัดสินใจเลือกสาขาวิชาได้ทีหลัง บางทีก็ทำให้หลายคนผลัดวันประกันพรุ่ง ยังตัดสินใจไม่ได้ซักทีแม้จะใกล้เรียนภาษาจบแล้วก็ตาม ตัดสินใจไม่ได้ในที่นี้หมายถึงตัดสินใจจะกลับบ้านหรือจะสมัครเรียนวิชาชีพนั่นเอง
เนื้อหา blog วันนี้นี้จะมาช่วยอธิบายให้เห็นภาพว่าระหว่าง (1) การเรียน ELICOS อย่างเดียว และ (2) การสมัครแพคเกจ (ELICOS+VET) ไปเลยตั้งแต่แรก ตัวเลือกไหนเหมาะกับใคร และแต่ละทางเลือกจะส่งผลกับแผนการเรียนและเส้นทางอาชีพในระยะยาวของเรายังไงบ้าง
1- เรียนภาษาอย่างเดียวพอในกรณีไหนบ้าง
การเรียนภาษาอย่างเดียวเป็นทางเลือกที่เหมาะสมได้สำหรับผู้สมัครในช่วงอายุหนึ่ง เช่น นักเรียนที่อยากฝึกภาษาช่วงปิดเทอม นักเรียนที่พึ่งเรียนจบมัธยมและอยากใช้เวลาช่วงหนึ่งเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย นักศึกษามหาวิทยาลัยที่อยากเพิ่มทักษะภาษาเพื่อใช้ต่อยอดด้านการเรียนหรือเก็บเป็นโปรไฟล์เพื่อสมัครงานในอนาคต ตลอดไปจนถึงวัยทำงานที่ต้องการพัฒนาภาษาเพื่อรองรับตำแหน่งใหม่หรือการทำงานกับลูกค้าต่างชาติ
ในกรณีเหล่านี้ ELICOS ทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือ” มากกว่าปลายทาง คือเรียนเพื่อเอาทักษะภาษาไปใช้ต่อในบริบทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อ การทำงาน หรือการสอบวัดระดับภาษา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรคิดควบคู่กันไปคือ หลังจากเรียนจบแล้ว เราจะนำภาษาที่ได้ไปใช้อย่างไร หากไม่มีแผนต่อยอดที่ชัดเจน การเรียนภาษาอย่างเดียวอาจให้ผลลัพธ์จำกัดในเชิงอาชีพ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เรียนจบและทำงานมาหลายปีแล้ว

2- แพคเกจไปเลยทีเดียว: ELICOS ในฐานะประตูสู่ VET หรือปริญญา
นักเรียนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมั่นใจทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองมากนัก หลายคนจึงไม่ได้มอง ELICOS ในฐานะหลักสูตรปลายทางสุดท้ายที่จะสมัครเรียน แต่มองการเรียนภาษาเป็นใบเบิกทางไปยังหลักสูตรระดับสูงขึ้น มีเนื้อหาจริงจังและจำเป็นต้องมีพื้นฐานภาษาที่แข็งแรง เช่น VET หรือปริญญา เป็นต้น
การเริ่มจากเรียนภาษาแล้วต่อด้วยวิชาชีพช่วยให้ผู้เรียนได้ปรับตัวกับระบบการเรียนแบบออสเตรเลีย ฝึกการฟังเลคเชอร์ การทำงานกลุ่ม และการเขียนงานเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมการเรียนแบบออสซี่ที่ต้องกล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็น รวมทั้งมีความรับผิดชอบในการแบ่งเวลาด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเผชิญกับเนื้อหาวิชาการ/วิชาชีพเต็มรูปแบบ มั่นใจว่าฟังรู้เรื่อง เรียนทันเพื่อน และทำงานส่งได้ตามศักยภาพสูงสุดของตัวเราเอง
เส้นทางแบบนี้เหมาะกับคนที่รู้ตัวว่าอยากได้วุฒิวิชาชีพด้านไหน แต่ยังไม่มั่นใจเรื่องภาษา หรือคะแนนภาษายังไม่ถึงเกณฑ์เข้าเรียน แผนการนี้ไม่ได้เหมาะกับนักเรียนมัธยมปลายหรือบัณฑิตจบใหม่ที่อยากได้วุฒิเสริมเฉพาะด้านเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับวัยทำงานที่อาจเรียนจบมาระยะนึงแล้ว แต่มีอยากย้ายสายงาน หรืออยากเสริมทักษะเพื่อหน้าที่ที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น
โน้ตสุดท้ายของเลือกนี้อาจจะย้ำไปที่กลุ่มวัยทำงานโดยเฉพาะนี่แหละ การวางแผนให้ ELICOS หรือหลักสูตรภาษาเป็นส่วนหนึ่งของ study plan ที่ต่อเนื่อง จะทำให้การชี้แจงวัตถุประสงค์ในการเรียนภาษาดูสมเหตุผล ไม่ใช่แค่มาลงเรียนภาษาลอย ๆ โดยไม่มีเป้าหมายชัดเจน แต่สามารถอธิบายได้ว่าขั้นตอนแรกของแผนการเรียนระยะยาว เพื่อเป้าหมายเข้าเรียนวุฒิวิชาชีพเป็นสำคัญ

3- เริ่ม VET เลยแต่แรก: พื้นฐานภาษาดีและมีเป้าหมายชัดเจนในใจ

ในอีกด้านหนึ่ง คนที่มีพื้นฐานภาษาค่อนข้างดีอยู่แล้ว (มีผลคะแนนภาษาตามเกณฑ์เข้าเรียนตรง) และมีเป้าหมายอาชีพชัดเจน ก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก ELICOS เสมอไป การเข้าเรียน VET ตรงช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และทำให้ชี้แจงเหตุผลระหว่างหลักสูตรที่เลือกสมัครกับประโยชน์ด้านหน้าที่การงานได้ง่ายและสมเหตุผลมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้ก็มีแนทางการพิจารณาวีซ่านักเรียนที่ประกาศออกมาจากรัฐบาลออสเตรเลียว่าจะให้ความสำคัญกับนักเรียนต่างชาติที่มีทักษะสูง (skilled labour) มากกว่า ซึ่งทักษะในที่นี้ก็รวมถึงการสื่อสารภาษาอังกฤษที่คล่องแคล่วด้วย เพราะถือว่าเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย ข้อนี้ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการสมัครวีซ่าได้อย่างดี
ตัวอย่างเช่น คนที่เคยทำงานด้านธุรการโดยไม่เคยมีมีวุฒิด้านการจัดการหรือธุรกิจมาก่อน อาจเลือกเรียน Business หรือ Project Management คนที่กำลงัจะเปิดร้านอาหารหรือรับงานเชฟโดยไม่เคยมีวุฒิเฉพาะด้านอาจเลือก Hospitality/Cookery หรือแม้แต่คนที่เคยเรียนหรือทำงานสายสุขภาพมากก่อน แต่อยากได้วุฒิเฉพาะด้านการดูแลเด็กเล็ก/ผู้ป่วย/ผู้สูงอายุ ก็สามารถเลือกเรียนเฉพาะด้านเหล่านี้ได้เช่นกัน พูดง่าย ๆ คือ การเลือกเรียนสายวิชาชีพเฉพาะด้านไปเลยแบบนี้ช่วยให้เราอธิบายได้ง่ายและตรงประเด็น เพราะมีความต่อเนื่องกับประวัติการเรียนหรือการทำงานที่ผ่านมา ไม่ใช่การเริ่มใหม่จากศูนย์ที่อาจทำให้เจ้าหน้าที่วีซ่าตีความว่าเราเพียง 'มโน' วิชาเรียนขึ้นมาเพื่อบังหน้าในการเข้าไปทำงานในออสเตรเลีย
4- ความเสี่ยงของการสมัครภาษาอย่างเดียว

การสมัครเรียนภาษาเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีคำอธิบายถึงแผนการในอนาคตที่ชัดเจน ไม่ว่าในแง่โอกาสทางหน้าีท่การงาน หรือผลตอบแทนที่คุ้มค่า (และแน่นอนว่าต้องมีหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจนด้วย) โดยเฉพาะสำหรับคนที่เรียนจบและทำงานมานานแล้ว รวมทั้งคนที่เว้นช่วงจากการเรียนมาหลายปี การตัดสินใจกลับมาสมัครเรียนอีกครั้ง โดยเป็นการเรียนภาษาอังดฟษฌพียงอย่างเดียวในต่างประเทศ อาจทำให้เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาวีซ่าตั้งคำถามว่าเรามีจุดประสงค์ที่จะเ)็นเรียนเป็นหลักจริงรึเปล่า การไปเรียนภาษานี้มันจำเป็น มัน 'คุ้ม' หรือ มันมีประโยชน์กับหน้าที่การงานเราในอนาคตอย่างที่เรากล่าวอ้างมาจริงแค่ไหน
จริงอยู่ที่เหตุผลว่า “อยากพัฒนาภาษาอังกฤษ” จะเป็นเหตุผลที่ฟังดูถูกต้องและเข้าใจได้ เพราะการมีวุฒิจบนอก มีประสบการณ์ต่างประเทศจะช่วยดึงโปรไฟล์ให้ดูแข็งแรงขึ้นในสายตานายจ้างในไทย แต่ในแง่การพิจารณาวีซ่าแล้ว เหตุผลนี้ถือว่าค่อนข้างทั่วไปและมีน้ำหนักน้อยมาก เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณามักมองว่าการเรียนภาษาออสเตรเลียไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพในทางที่ดีขึ้นหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเสมอไป
นอกจากนี้หากมองในแง่ของต้นทุนและผลตอบแทน อันนี้พูดกันแบบมองโลกความจริงที่นักเรียนไทยในออสเตรเลียส่วนมากมักต้องการทำงานพาร์ทไทม์สร้างรายได้ระหว่างเรียนไปด้วย การลงทุนเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อเรียนภาษาอย่างเดียว อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่านัก ตารางเรียนภาษาส่วนมากใช้เวลาครึ่งวัน 4-5 วันต่อสัปดาห์ ต่างจากการเรียนวิชาชีพหรือปริญญาที่เรียนเพียง 2-3 วันเท่านั้น นอกจากนี้ค่าเรียนยังคำนวนเป็นรายสัปดาห์ ต่างจากวิชาชีพที่คิดเป็นเทอม หากคำนวนค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบกับระยะเวลาหลักสูตรและวีซ๋าแล้ว ทางเลือกหลักนั้นมีค่าใช้จ่ายถูกกว่ามาก นี่ยังไม่พูดถึงค่าธรรมเนียมในการต่อวีซ่า การเรียนภาษามักมีระยะค่อนข้างสั้น นั่นหมายความว่าจ้องมีการต่อวีซ่าครั้งละ A$2,000 แถมใครต่อวีซ่าในออสเตรเลียรอบที่ 2 ขึ้นไปยังโดนบวก on top อีกครั้งละ A$700 อีกต่างหาก เรียกว่าทำงานจ่ายค่าเรียน ค่าที่พัก ค่าวีซ่า ก็หมดค่าขนมกันแล้ว
5- คำตอบขึ้นกับว่าเราอยู่ช่วงไหนของชีวิต
สุดท้ายแล้ว คำถามว่า “ควรเรียน ELICOS อย่างเดียวหรือควรต่อ VET ไปเลย” ไม่ได้มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน อาจจะต่างกันเล็กน้อยตรงที่วัยเรียน ไม่ว่าประถม มัธยม หรือมหาวิทยาลัย ก็จะมีข้อได้เปรียบเพราะมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า จะเริ่มจากภาษาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ จะเลือกสายวิชาชีพตั้งแต่ต้นไปเลยก็ได้เหมือนกัน ในขณะที่วัยทำงานจะต้องคิดมากขึ้นว่าการเรียนครั้งนี้จะเชื่อมโยงเหตุผลกับประวัติและสายงานของเรา หากตัดสิอนใจแน่วแน่ว่าจะเรียนภาษาอย่างเดียว ก็ต้องตอบให้ได้ว่าการเรียนภาษานั้นจะเป็นประโยชน์กับหน้าที่การงานของเรายังไง โดยต้องมีเหตุผลที่จับต้องได้ มีหลักฐานประกอบหนักแน่น หรือถ้าเลือกต่อ VET ก็ต้องเลือกสาขาที่ไม่ขัดกับประวัติเดิมจนเกินไปนัก

ถ้ามองกันจากตรงนี้ก็จะเห็นว่า ELICOS เหมาะสำหรับเป็นจุดเริ่มต้นหรือบานประตูไปสู่เส้นทางที่หลากหลาย ในขณะที่ VET คือขั้นถัดไปที่ช่วยกำหนดทิศทางการเรียนและเส้นทางอาชีพให้ชัดขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “คอร์สไหนดีกว่า” แต่คือ “คอร์สไหนพาเราไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้มากกว่า” ทั้งในแง่ทักษะที่นำไปใช้ได้จริง ความเชื่อมโยงกับประวัติการเรียนและการทำงานเดิม รวมถึงความคุ้มค่าทั้งในแง่เวลาและค่าใช้จ่าย เพราะสุดท้ายแล้วการเลือกเรียนภาษาอย่างเดียวหรือเลือกต่อวิชาชีพตั้งแต่ต้นไม่ได้ผิดหรือถูกโดยตัวมันเอง แต่อยู่ที่ว่าเส้นทางที่เลือกนั้นสอดคล้องกับเงื่อนไขและความต้องการของเราในตอนนี้มากแค่ไหน และเราสามารถอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลว่าเรียนไปเพื่ออะไร และจะนำไปใช้อย่างไรต่อไปในอนาคตมากกว่านั่นเอง
สำหรับซีรี่ส์ ELICOS VS VET คราวนี้เหลืออีกแค่อีพีเดียว สัญญาว่าใช้เวลาไม่นานจะมาโพสให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันแน่นอน ยังไงอย่าลืมกดติดตาม Hub 101 ในช่องทางต่าง ๆ เพื่อไม่พลาดข่าวข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเรียนต่อและวีซ่าออสเตรเลียนะคะ __ Tel: 081 441 8448 Line: hub101study
IG: hub_101_study
Tiktok: hub101study
#hub101study #StudyInAustralia #เรียนต่อออสเตรเลีย #วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย #ต่อวีซ่าออสเตรเลีย #วีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย




ความคิดเห็น