top of page

EP3: เลือก VET ยังไงให้ “ใช่” กับโปรไฟล์และแผนชีวิตเรา

  • รูปภาพนักเขียน: Chut N
    Chut N
  • 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
sign post

จากสองอีพี่ที่ผ่านมาก็จะพอสรุปได้ว่าการเลือกหลักสูตรระหว่างการเรียนภาษา (ELICOS) และวิชาชีพ (VET) ที่ดีที่สุดไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าควรเลือกอันไหน แต่อยู่ที่ความเหมาะสมตามเป้าหมายและโปรไฟล์ของผู้สมัคร ถ้าเทียบกันแล้ว, เหตุผลและเงื่อนไขที่ใช้ในการเลือกสมัครหลักสูตรภาษาอังกฤษจะค่อนข้างตรงไปตรงมา ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากเรียนเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่น เพื่อการสื่อสารพูดคุยทั่วไป เพื่อการเรียนต่อ หรือเพื่อสอบวัดระดับอย่าง IELTS หรือ Cambridge เป็นต้น หันมามองที่ VET, จะต้องมีปัจจัยที่นำมาพิจารณาซับซ้อนมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่คิดว่าอยากเรียนอะไรแล้วก็สมัครไปเลยซื่อ ๆ แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่า หลักสูตรที่เลือกสมัครนั้นเชื่อมโยงกับประวัติ และ/หรือ แผนการในอนาคตของเรายังไง เนื่องจากปัจจัยนี้จะส่งผลกับการพิจารณาวีซ่าโดยตรง


พูดมาขนาดนี้แล้ว ก็น่าจะพอเปรียบเทียบ VET ให้เป็นเหมือนตัวกลางที่คอยเชื่อมอดีตและอนาคตสำหรับหลายคน โดยเฉพาะวัยทำงาน ดังนั้นการเลือกสาขาวิชา VET ที่เหมาะสมก็เปรียบเหมือนการกำหนดทิศทางเส้นทางชีวิตหลังจากนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณาจากปัจจัยที่มากกว่าแค่ “ชื่อหลักสูตรนี้น่าเรียนจัง” หรือ “พอดีมีเพื่อน/ญาติเคยไปเรียน เลยอยากเรียนบ้าง


เอาล่ะค่ะ, เนื้อหาถัดไปด้านล่างนี้คือการทำความเข้าใจว่า ควรเลือกสาขา VET ยังไงให้เหมาะกับประวัติและเป้าหมายของแต่ละคน เพราะการเลือกหลักสูตรในระดับวิชาชีพไม่ใช่แค่เลือกสิ่งที่สนใจระยะสั้น แต่เป็นการวางแผนเส้นทางการเรียนและอาชีพในระยะยาวจำเป็นต้องใช้เงินทุนและเวลาในชีวิตไม่น้อยทีเดียว แทนที่จะถามแค่ว่า “อยากเรียนอะไร” เราต้องถามคำถามที่ใหญ่ขึ้นเป็น “หลักสูตรนี้เชื่อมโยงกับตัวเรายังไงได้บ้าง” ซึ่งแตกเป็นประเด็นย่อยได้ตามนี้



1- เริ่มจากสิ่งที่เรามี ไม่ใช่สิ่งที่อยากเป็นแค่อย่างเดียว


จุดเริ่มต้นที่ดีของการเลือกหลักสูตรวิชาชีพที่เหมาะสมคือการสำรวจตัวเองก่อนว่าเรามีพื้นฐานอะไรอยู่แล้วบ้าง ทั้งในแง่วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน ตลอดไปจนถึงบริบทด้านธุรกิจของครอบครัว เพราะสิ่งเหล่านี้คือ “เรื่องราว” ที่ช่วยให้การอธิบายกระบวนการเลือกสาขาวิชาดูสมเหตุสมผลในขั้นตอนวีซ่า ไม่ใช่การดำริขึ้นแบบไร้ที่มา


ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ การเลือกเรียนวิชาชีพที่ไม่ได้ตรงสายที่เรียนมาแต่ตรงกับประสบการณ์ เช่น บางคนอาจทำงานในสายที่ตัวเองไมได้เรียนจบมาโดยตรง (มั่นใจว่าน่าจะเป็นส่วนใหญ่ของนักเรียนไทยเลยล่ะ) เช่น เรียนจบ BBA แต่ทำขนมขายเป็นงานพาร์ทไทม์ หรือทำช่วงหางาน ทำไปทำมาเริ่มมีลูกค้าประจำ เลยคิดว่าอยากจะพัฒนาเป็นร้านจริงจัง ถ้าประวัติมาแบบนี้จะเลือกเรียนสายเฉพาะด้านการทำขนมอย่าง Patisserie หรือ Hospitality ก็สามารถอธิบายได้


อีกด้านนึงก็อาจมีคนที่เลือกเรียนไม่ตรงสายที่จบมาซะทีเดียว แต่มีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องอยู่ เช่น เราอาจเรียนจบด้านวิศวะมาเพราะตั้งใจจะมารับช่วงต่องานธุรกิจก่อสร้างของครอบครัว พอเข้าไปดูแลได้ซักพักอยากจะ upskill สำหรับบทบาทผู้บริหาร ก็อาจเลือกสมัครเรียนด้าน Leadership หรือ Project Management หรือถ้าอยากจะมีสกิลระดับปฏิบัติงาน เสริมความรู้เชิงเทคนิคไปเลย ก็มีทางเลือกอย่างวิชาแนว Trade เช่น Painting, Flooring, Tiling, หรือแม้แต่ Carpentry เป็นต้น


อีกตัวอย่างที่ใกล้เคียงและพบเจอได้บ่อย คือ น้อง ๆ ที่เคยไป au pair มาบ้าง เคยเป็นคุณครู หรือเคยเป็น TA มาก่อน ก็สามารถเลือกไปลงเรียนด้านการดูแลเด็กเล็ก (Early Childhood Education and Care) ได้เช่นกัน


สาเหตุที่ต้องมีความเชื่อมโยงระหว่างหลักสูตรกับประวัติก็ไม่ใช่อะไรที่ซับซ้อน แต่เพื่อความสมเหตุผลเมื่อชี้แจงตอนยื่นวีซ่านั่นเอง เจ้าหน้าที่สถานทูตแค่อยากจะรู้ว่าการลงทุนสมัครเรียนต่างประเทศที่ต้องใช้ทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายมหาศาล จะเป็นประโยชน์ให้กับเราในอนาคตจริง ๆ มั้ย ถ้าเราเลือกหลักสูตรที่ดูจะไม่มีความเชื่อมโยงใดใดกับชีวิต ไม่ได้สะท้อนว่าเราจะสามารถประกอบอาชีพในสายงานนั้น ๆ ได้จริงในประเทศไทยหลังเรียนจบ เจ้าหน้าที่ก็อาจจะตีความไปว่า เราแค่อยากสมัครเรียนเพื่อไปหางานทำ หรือหนีวีซ่าอยู่ที่นู่นก็ได้ เพราะฉะนั้นแทนที่จะเลือกคอร์สยอดนิยมแบบไร้ทิศทาง เราลองกลับมาพิจารณาตัวเอง แล้ววางแผนอนาคตเพื่อเลือกหลักสูตรที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้จริงจะดีกว่า


woman hold a tray of freshly made croissanta


2- อย่ามองแค่ชื่อหลักสูตร เพราะระดับวุฒิก็สำคัญ


หลักสูตรวิชาชีพ VET ทั้งหมดก็เทียบได้กับการเรียน ปวช. และ ปวส. ของไทย คือระดับวุฒิสูงกว่ามัธยม แต่ยังไม่ถึงปริญญาตรี หลักสูตร VET เองก็ยังแบ่งแยกย่อยลงไปได้หลายระดับ ตั้งแต่ Certificate I, II, III, IV, Diploma และ Advanced Diploma


ดังนั้นนักเรียนที่พึ่งเรียนจบมัธยมปลาย ไม่ว่าระดับ ม.4 ม.5 หรือ ม.6 จะเลือกเข้าเรียนในระดับไหนก็ถือว่าค่อนข้างเหมาะสม ตราบใดที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่สถาบันกำหนด เพราะถือเป็นการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นต่อเนื่องจากวุฒิการศึกษาเดิมตามลำดับขั้น นอกจากนี้ยังชี้แจงได้อีกแบบนึงด้วยว่าเป็นการทดลองเรียนสายอาชีพเฉพาะด้านก่อนตัดสินใจยึดเป็นอาชีพระยะยาว

แต่ในโลกความจริงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่านักเรียนไทยส่วนใหญ่ที่เลือกสมัครเรียนหลักสูตรวิชาชีพในออสเตรเลียมักเป็นบัณฑิตจบใหม่ หรือวัยทำงานที่มีวุฒิปริญญาตรีอยู่แล้วเป็นอย่างน้อย ในกรณีนี้ไม่ค่อยแนะนำให้เลือกเรียนวุฒิระดับต่ำอย่าง Certificate I หรือ II เพราะเหมือนย้อนวัยกลับไปเรียนวิชาพื้นฐานแทบจะเทียบเท่าระดับมัธยมปลายอีกที แต่ยังไงก็ตามเอาเข้าจริงหลักสูตรระดับประมาณนี้ไม่ค่อยจะมีเปิดสอนเท่าไหร่นัก ส่วนมากมักเริ่มกันที่ระดับ Certificate III ซะมากกว่า ซึ่งพอจะสมัครกันได้อยู่หากเป็นการเริ่มเรียนสาขาใหม่จริง ๆ เช่น เปลี่ยนจากสายธุรกิจมาเรียน Cookery หรือจากสายวิทย์มาเรียน Childcare เป็นต้น


man running up stairs

สำหรับนักเรียนกลุ่มนี้ที่มีวุฒิปริญญาอยู่แล้ว จะแนะนำเลือกหลักสูตรระดับ Diploma หรือ Advanced Diploma มากกว่า เพราะเนื้อหาวิชาเรียนจะมีความเฉพาะเจาะจงตามสายงานมากขึ้น ใช้อธิบายได้เหมาะสมกับคนที่อาจจะเคยผ่านการทำงานมาแล้วบ้าง หรือมีพื้นฐานการเรียนเชิงทฤษฎีมาก่อน เช่น อาจอธิบายว่าเป็นการ upskill / reskill เพื่อเตรียมพร้อมกับหน้าที่รับผิดชอบที่ท้าทายมากขึ้น หรือเตรียมรับบทบาทตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือแม้แต่เปลี่ยนสายงาน พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้ถอยระดับการศึกษามาเรียนวุฒิระดับต่ำกว่าเดิมโดยไม่มีเหตุผลนั่นเอง



3- เป้าหมายชัด ก็ออกแบบเส้นทางง่าย


index finger pointing on a map

อีกคำถามสำคัญที่จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกสาขาวิชาได้ง่ายขึ้น คือ “เรียนจบแล้วจะทำอะไร” ไม่ใช่ “เค้าบอกว่าเรียนด้านนี้แล้วดี” เพราะสายงานแต่ละด้านใช้ความรู้และทักษะที่แตกต่างกันไป หากเราพอจะวาดภาพปลายทางของตัวเองได้คร่าว ๆ ว่าอยากทำงานประเภทไหน ก็พอจะย้อนรอยกลับมาพิจารณาทางเลือกหลักสูตรที่สามารถพาเราไปยังจุดนั้นได้ง่าย


นอกจากนี้ถ้าเรากำหนดเป้าหมายชัด ก็จะเริ่มออกแบบเส้นทางของตัวเองได้ง่ายขึ้น เช่น


  • ต้องเรียนวุฒิระดับไหน ถึงจะมีเนื้อหาเหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการ เพื่อนร่วมคลาสพอจะมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันได้

  • วิชาที่อยากเรียนเปิดสอนที่ไหนบ้าง

  • สถาบันแต่ละแห่งมีจุดแข็งยังไง เช่น การฝึกงาน คอนเนคชั่นภาคธุรกิจ หรือแม้แต่อีเว้นท์ showcase ใดใด และสถาบันไหนน่าจะเหมาะกับเรา

  • เนื้อหาหลักสูตรที่เราเลือกนั้นจะเอาไปปรับใช้ในอนาคตได้ยังไงบ้าง


เห็นแบบนี้แล้วก็อย่าพึ่งกลัวไปว่าเราจะต้องมาตัดสินใจอะไรเยอะแยะมากมายขนาดนี้เลยหรอในครั้งเดียว เพราะการเรียน VET ก็เหมือนการออกเดินทางที่เราค่อย ๆ วางแผนได้ตั้งแต่ต้นว่าอยากไปถึงจุดหมายปลายทางที่ไหน เราสามารถเลือกเส้นทางเองได้ บางคนเลือกเส้นทางแบบยิงยาวไปเลย คือ สมัครแบบแพ็กเกจเรียนต่อเนื่องตั้งแต่ Certificate ไปจนถึง Diploma หรือ Advanced Diploma เพื่อเสริมสร้างทักษะแบบรอบด้านตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง ในขณะที่บางคนอาจเลือกเรียนจบวุฒิตัวเดียวก่อนเพื่อลองเชิง แล้วค่อนตัดสอนใจอีกทีว่าจะออกไปทำงานลองสนามจริงดูซักครั้ง ถ้าอยากกลับมาเรียนต่อในระดับสูงขึ้นวันหลังก็ทำได้ ส่วนใครเรียนวุฒิตัวแรกแล้วถูกใจมาก ๆ จะสมัครเรียนต่อไปจนถึง Advanced เลยก็ทำได้เหมือนกัน เรียกว่ามีทางเลืิอกยืดหยุ่นไม่น้อยเลย


พูดง่าย ๆ คือ VET เป็นเส้นทางแบบปลายเปิด เรากำหนดจุด check point ได้เป็นระยะ ๆ เรียนจบแล้วจะไปทำงานเลยก็ได้ จะเรียนต่อวิชาชีพในระดับสูงขึ้นก็ได้ หรือจะย้ายกลับไปเรียนสายสามัญเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังทำได้ ซึ่งในหลายเคส วุฒิ VET ที่เรียนมาสามารถโอนเครดิตไประดับปริญญาได้ด้วย ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าเทอม เรียกว่าทางเลือกต่อยอดมีเยอะมากจริง ๆ

นอกจากนี้การกำหนดเป้าหมายปลายทางยังช่วยให้เราเลือกเปรียบเทียบสถาบันและหลักสูตรได้ชัดเจนขึ้น สาขาวิชาที่เปิดสอนในสถาบันแต่ละแห่งจะมีบรรยากาศการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน บางแห่งมี practical training พร้อม facilities เต็มรูปแบบ บางแห่งให้นักเรียนทำโปรเจกต์เสนอเป็นผลงานกับผู้เชี่ยวชาญในสายงาน บางแห่งมีฝึกงานรวมอยู่ในหลักสูตรเลย นอกจานี้ยังมีสถาบันบางแห่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีชื่อเสียงในวงการว่าผลิตนักเรียนที่มีทักษะโดดเด่น ความแตกต่างพวกนี้ไม่ได้มีผลแค่ตอนเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงโอกาสทำงานงานตลอดจนวีซ่าหลังเรียนจบอีกด้วย



อย่างที่บอกแต่แรกว่าการเลือกสมัครเรียนวิชาชีพ VET ในออสเตรเลียอาจไม่ได้มีคู่มือตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่คิดว่าไกด์ไลน์วันนี้น่าจะพอช่วยให้เห็นภาพว่าเพราะอะไร ปัจจัยที่ต้องนึกถึงมันมีเยอะจริง ๆ ถ้าใครอ่านจบแล้วยังคิดไม่ตก มันจับต้นชนปลายยังไม่ถูก ก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ สามาถติดต่อทีม Hub 101 เพื่อปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าใดใด หรือถ้ามีคำถามอะไรก็บอก inbox มาตามช่อทางโซเชียลต่าง ๆ นี้ได้เลยค่ะ __

Tel: 081 441 8448 Line: hub101study

IG: hub_101_study

Tiktok: hub101study

#hub101study #StudyInAustralia #เรียนต่อออสเตรเลีย #วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย #ต่อวีซ่าออสเตรเลีย #วีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย

ความคิดเห็น


Hub 101 Study สถาบันแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศ

Mitrtown Office Tower, Level 24 (JustCo)

(MRT Samyan Exit 2)

Pathumwan, Bangkok 10330 THAILAND

© 2026 Hub 101 Co., ltd, All rights reserved.

Phone:

Email:

Line ID:

66 (0) 81 441 8448

66 (0) 89 795 1933 (for English)

chut.napapat@hub101study.com

hub101study

Connect with Us:

  • Facebook
  • Line
  • Instagram
  • TikTok
bottom of page