• Chut N

ทำความรู้จักโรงเรียนประถมและมัธยมในออสเตรเลีย

ระบบการศึกษาออสเตรเลียถือว่าเป็นหนึ่งในระบบที่ดีที่สุดในโลก เพราะนอกจากความเป็นเลิศด้านวิชาการแล้ว ยังมีนโยบายสนับสนุนกิจกรรมเสริมทักษะอีกมากมาย ปัจจุบันระบบการศึกษาออสเตรเลียรองรับนักเรียนจำนวนมากกว่า 3.8 ล้านคน ในโรงเรียน 9,444 แห่งทั่วประเทศ


จุดเด่นของการศึกษาของออสเตรเลียอยู่ที่การออกแบบเนื้อหาหลักสูตร หลักสูตรระดับประถม (Year 1-6) เน้นเรื่องการเสริมสร้างบุคลิกและ soft skills ต่าง ๆ ถือเป็นสร้างพื้นฐานความพร้อมเพื่อสามารถเรียนรู้ด้านวิชาการได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา รวมทั้งเป็นช่วงเวลาเรียนรู้หน้าที่และสิทธิของตนเองในฐานะพลเมืองของสังคมได้ด้วย


หลักสูตรระดับมัธยม (Year 7-12) ครอบคลุมสาขาวิชาหลัก 8 สาขา คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ สุขศึกษาและพละศึกษา ศิลปะ และเทคโนโลยี นักเรียนแต่ละคนสามารถเลือกลงวิชาเรียนตามความสนใจของตัวเองได้ วิธีนี้ช่วยให้นักเรียนค้นพบว่าตัวเองสนใจและต้องการศึกษาต่อด้านไหนหลังเรียนจบมัธยม ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนอยากค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดความมั่นใจและสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่


นอกจากนี้นักเรียนระดับชั้น Year 11-12 ยังสามารถเลือกเรียนวิชาเรียนวิชาเสริมเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนในสายวิชาชีพอย่างการทำอาหาร วิศวะเครื่องยนตร์ การออกแบบ หรือแม้แต่ช่างไม้ได้ด้วย ถือว่ามีตัวเลือกเพื่อต่อยอดวุฒิการศึกษาได้หลากหลายสาขาอาชีพ (เพิ่มเติมดู <https://bit.ly/2wZBZDn>)


นอกจากการเรียนรู้ด้านวิชาการและกิจกรรมแล้ว นักเรียนต่างชาติที่เข้าเรียนในโรงเรียนออสเตรเลียจะมีโอกาสได้พบเพื่อนใหม่ซึ่งส่วนมากเป็นชาวออสซี่ เปิดโอกาสให้สร้างความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมนานาชาติ และเรียนรู้การรับผิดชอบตนเอง และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น


สำหรับตัวเลือกโรงเรียนที่นักเรียนไทยสามารถสมัครได้ก็มีอยู่หลายประเภท ไม่ว่าโรงเรียนรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนประจำ แต่ละประเภทก็จะมีข้อแตกต่างกันในเรื่องของสภาพแวดล้อม ค่าใช้จ่าย และโครงสร้างหลักสูตร คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครองที่วางแผนให้น้องๆเข้าเรียนระดับโรงเรียนในออสเตรเลียสามารถอ่านโพสนี้เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้นได้เลยนะคะ ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ Hub 101 ได้ทุกวันค่ะ


Image credit: thenewdaily.com.au


1- โรงเรียนรัฐบาล (Government School)


จำนวนโรงเรียนรัฐบาลในออสเตรเลียมีมากถึง 65% ของจำนวนโรงเรียนทั้งหมดทั่วประเทศ นั่นแปลว่ามีโรงเรียนรัฐบาลกระจายตัวอยู่ทั่วทุกรัฐและแทบทุกเมืองในออสเตรเลีย


ค่าเรียนประมาณปีละ $12,000 - $17,000 และค่าที่พักโฮมสเตย์ประมาณสัปดาห์ละ $300


ประเภทของโรงเรียนรัฐแบ่งคร่าว ๆ ได้ 2 ประเภท คือ


  • โรงเรียนที่รับนักเรียนทั้งหมด (Open / Non-selective)

  • โรงเรียนที่กำหนดเกณฑ์รับเข้า (Selective)


โรงเรียนประเภทแรกนั้นจะคล้ายระบบการรับนักเรียนตามเขตพื้นที่ของประเทศไทยคือ นักเรียนที่พักอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถสมัครเข้าเรียนได้ทั้งหมด ในขณะที่โรงเรียนแบบ selective นั้นจะมีเกณฑ์การรับสมัครขั้นต่ำกำหนด ดังนั้นการแข่งขันของโรงเรียนประเภทหลังจะค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามนักเรียนที่มีผลการเรียนดีอาจได้เข้าเรียนในห้องเรียนพิเศษของแต่ละโรงเรียน (คล้ายห้องเรียนสำหรับเด็ก Gifted บ้านเราเช่นกัน) เพราะฉะนั้นมั่นใจได้ว่านักเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้ตามระดับความสามารถของตนเอง


การเรียนการสอนจะยึดตามหลักสูตรแห่งชาติ (Australian Curriculum) ที่เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2014 โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ


  • Foundation – Year 10 หลักสูตรครอบคลุม 8 สาขาวิชา และเรียนรู้ความรับผิดชอบ สิทธิหน้าที่ ความคิดสร้างสรรค์ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม

โครงสร้างหลักสูตรเพิ่มเติมดู <https://bit.ly/2PCQbJ6>


  • Year 11 - Year 12 หลักสูตรครอบคุลม 15 วิชา ประกอบด้วย 4 สาขาวิชาหลัก คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ นอกจากนี้นักเรียนก็สามารถเลือกวิชาเรียนภายในได้ตามที่สนใจ เช่น Literature, Economics, Design หรือ Food Technology เป็นต้น ทั้งนี้การเรียนการสอนจะเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการคือใช้ความรู้แต่ละศาสตร์มาผสมผสานเพื่อสร้างเข้าใจในเนื้อหาการเรียน

โครงสร้างหลักสูตรเพิ่มเติมดู <https://bit.ly/3cm5Lm7>


Image credit: privateschoolsdirectory.com.au


2- โรงเรียนเอกชน (Private School)


โรงเรียนเอกชนของออสเตรเลียได้รับการยอมรับว่าเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพสูงทั้งในแง่มาตราฐานการศึกษาและสภาพสังคม โครงสร้างหลักสูตรของแต่ละโรงเรียนจะแตกต่างกันไป มีทั้งที่ครอบคลุม 8 สาขาวิชาหลัก (ตามหลักสูตรแห่งชาติที่ใช้ในโรงเรียนรัฐบาล) และโรงเรียนที่ยึดตามปรัชญาการเรียนรู้สมัยใหม่ เช่น Waldorf และ Montessori เป็นต้น โรงเรียนที่เปิดสอนมีทั้งที่แยกเป็นชายล้วน หญิงล้วน และสหศึกษา (Co-education)


ถึงแม้หลักสูตรช่วงระดับประถมจะไม่แตกต่างจากโรงเรียนรัฐบาลมากนัก คือ มุ่งเน้นการสร้างพื้นฐานการเป็นผู้ใหญ่ที่มคุณภาพในสังคม รู้จักการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และมีความรับผิดชอบ จุดเด่นของการเรียนในโรงเรียกเอกชน คือ ความยืดหยุ่นของหลักสูตร โดยเฉพาะโครงสร้างหลักสูตรแบบแนวตั้ง (Vertical Curriculum) ที่ออกแบบมาบนพื้นฐานความเข้าใจว่านักเรียนแต่ละคนจะมีความถนัดในการเรียนแต่ละวิชาไม่เท่ากัน นักเรียนที่เรียนอยู่ชั้น Year 8 อาจสามารถเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ของ Year 10 ในขณะที่วิชาอื่นยังคงเรียนระดับ Year 8 ตามปกติ วิธีนี้ช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาศักยภาพออกมาได้เต็มที่ รวมทั้งไม่เบื่อหน่ายการเรียนอีกด้วย


จุดเด่นอีกประการของโรงเรียนเอกชนคือ แคมปัสที่ทันสมัย สถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน โรงเรียนเอกชนส่วนมากจะมีพื้นที่โรงเรียนกว้างขวาง นอกจากตึกเรียนยังมีพื้นที่สีเขียว หอประชุม ห้องซ้อมดนตรี สนามกีฬา และสระว่ายน้ำ ส่งผลให้นักเรียนสามารถจับกลุ่มทำกิจกรรมนอกเวลาตามความสนใจ เกิดเป็น club ต่างๆเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พบเพื่อนที่แชร์ความสนใจด้วยกันได้


นอกจากนี้โรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่จะมีการสนับสนุนกิจกรรมทั้งด้านกีฬา ดนตรี และศิลปะ รวมทั้งอาจารย์ที่คอยให้คำแนะนำรายบุคคลเกี่ยวกับการวางแผนการเรียนทั้งในปัจจุบัน และวางแผนการศึกษาในอนาคต เราจึงเห็นได้ว่านักเรียนที่เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่จึงไม่มีปัญหาในการสมัครเรียนต่อระดับวิชาชีพหรือมหาวิทยาลัยเท่าไหร่


ตัวอย่างบรรยากาศการเรียนการสอนดู <https://bit.ly/2PTBamr>


ค่าเรียนประมาณปีละ $22,000 - $40,000 และค่าที่พักโฮมสเตย์ประมาณสัปดาห์ละ $350


Image credit: Geelong Grammar School


3- โรงเรียนประจำ (Boarding School)


นักเรียนในโรงเรียนประจำส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนออสซี่ ดังนั้นโรงเรียนประจำจึงถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการซึมซับบรรยากาศการใช้ชีวิตต่างประเทศรวมทั้งวัฒนธรรมนานาชาติอย่างเต็มที่ เนื่องจากนักเรียนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน ประโยชน์ที่ได้รับจึงไม่จำกัดอยู่เพียงพัฒนาการด้านวิชาการ แต่รวมถึงการเสริมสร้างพัฒนาการด้านอารมณ์อีกด้วย นอกจากนี้การเลือกสมัครเรียนในโรงเรียนประจำยังจะช่วยให้ผู้ปกครองวางใจได้ว่านักเรียนจะอยู่สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เป็นมิตร และอบอุ่นอยู่เสมอ


ข้อดีของการเข้าเรียนในโรงเรียนที่เห็นได้ชัดประการแรกคือ การใช้ภาษาอังกฤษที่คล่องแคล่วภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลให้สามารถเก็บเกี่ยวความรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น คลาสเรียนในโรงเรียนประจำส่วนมากมักมีขนาดเล็ก อาจารย์สามารถดูแลได้ใกล้ชิด รวมทั้งให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลได้อย่างดี ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้นักเรียนสามารถสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ในอนาคต การใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นจะช่วยให้คุ้นเคยกับวัฒนธรรมใหม่ ๆ รู้จักความมีน้ำใจ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น นอกจากนี้ยังลดความกังวลในเรื่องการเดินทางประจพวันระหว่างที่พักและโรงเรียนด้วย


โรงเรียนประจำในออสเตรเลียหลายแห่งถือเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงชั้นแนวหน้าของประเทศ ทั้งด้านวิชาการ กีฬา ดนตรี เทคโนโลยี และบุคลิกภาพ โดยแต่ละโรงเรียนจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป การรับสมัครนักเรียนจะสอบถามเกี่ยวกับความสนใจและความชอบส่วนตัวของนักเรียนว่าชอบทำกิจกรรมประเภทไหน ชอบการใช้ชีวิตแบบไหน ทั้งนี้เพื่อสามารถจัดหาโรงเรียนที่ดีและเหมาะสมที่สุดให้กับนักเรียนได้ ทั้งนี้โรงเรียนที่เปิดสอนมีทั้งที่แยกชายล้วน หญิงล้วน และสหศึกษา (Co-education)


ตัวอย่างบรรยากาศการเรียนการสอนดู <https://bit.ly/38iowU1> <https://bit.ly/38hfV42>


ค่าเรียนประมาณปีละ $4,200 - $30,000 และค่าที่พักประมาณปีละ $17,000 – $27,000


 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ Hub 101 ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ทุกวัน ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

Tel: 081 441 8448

Line ID: hub101study

Facebook: facebook.com/Hub101StudyInAustralia

Instagram: @hub101study