• Chut N

วีซ่านักเรียนออสเตรเลียจะผ่านมั้ย พิจารณาจากอะไรบ้าง

หนึ่งในคำถามที่นักเรียนแทบทุกคนถามพี่ ๆ Hub 101 เมื่อคุยกันเรื่องการจัดเตรียมเอกสารสมัครวีซ่านักเรียนคือ สถานทูตมีหลักการพิจารณาให้วีซ่าผ่าน-ไม่ผ่านจากอะไรและควรเตรียมเอกสารอะไรเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธวีซ่าบ้าง คำตอบที่นักเรียนแต่ละคนจะได้รับมักจะแตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ของแต่ละคน เพราะสถานทูตออสเตรเลียไม่ได้มีข้อกำหนดที่ตายตัวและชัดเจนว่าจะต้องใช้เอกสารอะไร เพียงแต่มีกรอบการพิจารณาคร่าว ๆ ว่านักเรียนต้องยื่นหลักฐานเพื่อชี้แจงข้อมูลด้านไหนบ้างเท่านั้นมที่นักเรียนแทบทุกคนถามพี่ ๆ Hub 101 เมื่อคุยกันเรื่องการจัดเตรียมเอกสารสมัครวีซ่านักเรียนคือ สถานทูตมีหลักการพิจารณาให้วีซ่าผ่าน-ไม่ผ่านจากอะไรและควรเตรียมเอกสารอะไรเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธวีซ่าบ้าง คำตอบที่นักเรียนแต่ละคนจะได้รับมักจะแตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ของแต่ละคน เพราะสถานทูตออสเตรเลียไม่ได้มีข้อกำหนดที่ตายตัวและชัดเจนว่าจะต้องใช้เอกสารอะไร เพียงแต่มีกรอบการพิจารณาคร่าว ๆ ว่านักเรียนต้องยื่นหลักฐานเพื่อชี้แจงข้อมูลด้านไหนบ้างเท่านั้น


ปัจจัยที่จะถูกนำมาพิจารณาก็แบ่งออกคร่าว ๆ ได้เป็น 5 ด้าน คือ

  1. ประวัติส่วนบุคคล เช่น อายุ สถานะสมรส และสมาชิกในครอบครัว

  2. ประวัติการเรียนและการทำงาน

  3. สถาบัน หลักสูตรที่เลือกสมัคร และระยะเวลาหลักสูตร

  4. ประวัติการเดินทางต่างประเทศ

  5. สถานะการเงิน

ทั้งหมดนี้มักจะได้รับการเรียกชื่อแบบรวม ๆ ว่า Genuine Temporary Entrant หรือชื่อย่อ GTE ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ‘ความตั้งใจจริงที่จะเดินทางเข้าออสเตรเลียเพียงชั่วคราว’ ผู้สมัครจะต้องแสดงความจริงใจว่าตนมีเป้าหมายในการเดินทางเข้าออสเตรเลียเพื่อการเรียนจริง เมื่อจบระยะเวลาหลักสูตรที่สมัครก็จะเดินทางกลับประเทศไทย รวมทั้งอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลว่าการสมัครเรียนออสเตรเลียนี้จะเป็นประโยชน์กับเป้าหมายของตนเองยังไงบ้าง


มาลองดูกันว่าความสำคัญของปัจจัยแต่ละข้อคืออะไร และมีเอกสารหรือข้อมูลอะไรบ้างที่เราควรชี้แจงเพื่ออธิบายให้สถานทูตเชื่อมั่นและอนุมัติวีซ่าผ่าน


Image: Resume อธิบายประวัติส่วนตัว การเรียน และการทำงาน


1- ประวัติส่วนบุคคล


แน่นอนว่าการยื่นสมัครวีซ่าจะต้องชี้แจงประวัติส่วนตัวอย่างชื่อเสียงเรียงนามกันอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าอายุของผู้สมัคร รวมทั้งสถานะครอบครัวก็มีส่วนในการพิจารณาใบสมัครเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าอายุมากแล้วห้ามสมัครเรียนรึเปล่า เพราะข้อกำหนดในการสมัครเรียนไม่ได้กำหนดเพดานอายุของผู้สมัครไว้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถสมัครเรียนได้ทั้งนั้น เพียงแต่ว่าอายุจะส่งผลกับการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น หลักสูตรที่เลือก ระยะเวลาหลักสูตร การพิจารณาประวัติการทำงาน/การเรียน ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อต่อ ๆ ไปด้านล่าง

นอกจากนี้สถานะสมรสและสถานะครอบครัวก็เป็นข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่สถานทูตให้ความสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนที่แต่งงานมีครอบครัวและ/หรือมีลูกแล้ว ควรชี้แจงได้ว่าระหว่างที่ตนไม่อยู่ใครจะดูแลลูก นอกจากนี้มีสมาชิกครอบครัวพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ เพราะครอบครัวก็ถือเป็นสายสัมพันธ์หนึ่งที่ผูกพันธ์นักเรียนกับประเทศไทยไว้ ถือเป็นปัจจัยที่สะท้อนว่าผู้สมัครมีแนวโน้มจะเดินทางกลับไทยหลังเรียนจบมั้ย ส่วนใครที่มีสมาชิกครอบครัวอาศัยในออสเตรเลียก็ต้องมาดูว่าถือวีซ่าอะไร ประวัติเป็นยังไงบ้าง เป็นต้น



2- ประวัติการเรียนและการทำงาน


ข้อนี้การพิจารณาก็จะเกี่ยวเนื่องกับอายุของผู้สมัครด้วย ถ้าผู้สมัครเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือบัณฑิตจบใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องมีประวัติการทำงานมาก่อน แต่หากว่าเรียนจบมานานแล้วก็ควรมีใบรับรองงาน และ resume ยื่นแนบเพื่อชี้แจงว่าตั้งแต่เรียนจบมาไม่ได้อยู่ว่าง ๆ แต่ทำงานมาโดยตลอด กรณีที่ว่างงานจริง ๆ ก็แนะนำว่า gap ว่างไม่ควรนานเกิน 6 เดือน

สำหรับผู้สมัครที่อายุเกิน 30 ปีขึ้นไปยิ่งแนะนำว่าควรมีหลักฐานการทำงานที่ชัดเจนและมั่นคงยื่นประกอบ หรือหากใครเคยมีประวัติลงทะเบียนเรียนหลักสูตรอะไรเสริมมาก่อน ก็ควรระบุลงใน resume ไปด้วย ถ้ามีใบรับรองวุฒิด้วยยิ่งดีเพราะสามารถยื่นแนบไปให้เห็นได้แบบชัดเจน


ข้อแนะนำสำคัญเกี่ยวกับประวัติการเรียนการทำงาน คือ

  • ถ้าเป็นไปได้ขณะยื่นวีซ่าไม่ควรมีสถานะว่างงาน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการปฏิเสธวีซ่าให้สูงขึ้น

  • หากลงทะเบียนเรียน / เทรนนิ่ง / สัมมนา ต่าง ๆ หลังเรียนจบควรเก็บหลักฐาน เช่น Certificate หรือใบลงทะเบียนไว้เพื่อเป็นหลักฐานที่ชัดเจน


3- สถาบัน หลักสูตรที่เลือกสมัคร และระยะเวลาหลักสูตร


ข้อนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญมากอีกข้อ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าใบสมัครของเราจะได้รับการพิจารณาแบบ Streamlined* หรือ Regular* อีกด้วย พูดง่าย ๆ คือกำหนดว่าต้องยื่นเอกสารการเงินและผลภาษาไปพร้อมใบสมัครรึเปล่านั่นเอง


*ดูรายละเอียด SSVF ที่ <https://bit.ly/2Yl51Y7>

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาวีซ่าจะดูว่าสาขาวิชาที่เราเลือกสมัครนั้นสอดคล้องกับประวัติการเรียนและการทำงานที่ผ่านมาของเรารึเปล่า ประโยชนท์ที่ได้รับจะตรงกับสายงานหรือเป้าหมายของเรามากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่วนนี้เราก็ต้องอธิบายให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ถ้าหากเจ้าหน้าที่สถานทูตเห็นว่าเหตุผลของเราไม่หนักแน่นพอ หรือความเชื่อมโยงกับประวัติการเรียนการทำงานไม่สมเหตุผลก็อาจเป็นสาเหตุให้วีซ่าไม่ผ่านได้

ส่วนเรื่องระยะเวลาหลักสูตรก็มีความสมเหตุสมผลเช่นเดียว เช่น A พึ่งเรียนจบลงสมัครหลักสูตรภาษา 1 ปี + วิชาชีพอีก 2 ปี รวม 3 ปี เทียบกับ B ที่อายุ 30+ ทำงานประจำมานาน อยู่ ๆ ถ้า B จะสมัครเรียนหลักสูตรที่ยาวนานถึง 3 ปีไปเลย สถานทูตก็อาจเกิดคำถามและข้อสงสัยกับตัวเลือกหลักสูตรของ B มากกว่านั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้แปลว่าวัยทำงานจะไม่สามารถเลือกสมัครหลักสูตรระยะยาวได้ เพียงแต่แนะนำว่าควรเลือกให้เหมาะสม และชี้แจงเหตุผลให้ดีเท่านั้นเอง ส่วนนี้นักเรียนที่สมัครผ่าน Hub 101 ก็สบายจได้ เพราะพี่ ๆ Hub 101 จะช่วยให้คำแนะนำในการเลือกหลักสูตร สถาบัน และวางแผนระยะเวลาให้อย่างเหมาะสม



4- ประวัติการเดินทางต่างประเทศ


หากใครที่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศมาก่อน ไม่ว่าไปเที่ยว ไปเรียน หรือไปทำงาน ก็สามารถชี้แจงพร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบใบสมัครวีซ่าไปได้ ประวัติส่วนนี้ถือเป็นตัวแสดงว่าเราปฏิบัติตามกฎและเงื่อนไขของการเดินทางเข้าเมืองของแต่ละประเทศได้อย่างดี ไมได้หนีไปทำงาน หรือแอบไปทำอะไรนอกลู่นอกทาง ถือเป็นตัวช่วยเสริมโปรไฟล์ให้ดูดีขึ้นไปอีกระดับ

ส่วนใครที่ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศมาก่อนก็ไม่ต้องกังวล เพราะข้อมูลนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพิจารณาเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดเด็ดขาดซะทีเดียว พูดง่าย ๆ เคยไปเมืองนอกมาก่อนก็ดี ถ้าไม่เคยก็ไม่เป็นไรค่ะ


Image: ตัวอย่างธนบัตรออสเตรเลีย


5- สถานะการเงิน


นอกจากอยากทราบประวัติการเรียนและสถานะการทำงานแล้ว สิ่งที่สถานทูตให้ความสำคัญในการพิจารณาคือความสามารถในการดูแลตัวเองระหว่างกำลังศึกษาอยู่ในออสเตรเลียของนักเรียนด้วย สถานทูตต้องการทราบว่านักเรียนจะมีจำนวนเงินมาพอสำหรับจ่ายค่าเรียนรวมทั้งใช้ชีวิตในออสเตรเลียได้อย่างตลอดรอดฝั่ง

ทั้งนี้สถานทูตกำหนดตัวเลขจำนวนเงินสำหรับใช้เลี้ยงชีพตลอด 1 ปีไว้ด้วย คือ

  • สำหรับนักเรียนคนเดียว $21,041

  • มีสามี / ภรรยา $7,362

  • มีบุตร $3,152

จำนวนเงินที่ควรมีแสดงให้สถานทูตเห็นนั้นก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่สถานการณ์ของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งแน่นอนว่านักเรียนที่สมัครเรียนผ่าน Hub 101 สามารถวางใจได้ เพราะพี่ ๆ Hub 101 จะช่วยคำนวนและแจ้งตัวเลขให้อย่างละเอียด พร้อมอธิบายเอกสารที่ควรมีประกอบการยื่นวีซ่าให้อย่างชัดเจน


เอาล่ะค่ะ อ่านจบบล็อกวันนี้แล้วน่าจะเห็นภาพมากขึ้นว่าการยื่นเอกสารสมัครวีซ่านักเรียนออสเตรเลียควรจะชี้แจงข้อมูลอะไรบ้างที่ตอบโจทย์ให้กับเจ้าหน้าที่สถานทูตผู้พิจารณา แต่ถ้าหากยังไม่มั่นใจก็สามารถติดต่อ Hub 101 ผ่านช่องทางด้านล่างนี้เพื่อให้พี่ ๆ Hub 101 ช่วยวางแผนและให้คำปรึกษาในการเตรียมเอกสารได้เลยนะคะ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ Hub 101 ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ทุกวัน ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

Tel: 081 441 8448

Line ID: hub101study

Facebook: facebook.com/Hub101StudyInAustralia

Instagram: @hub101study


297 views0 comments